ประกาศประเภท พิพิธภัณฑ์

สวนส้มบางมดแท้(สวนส้มในฝัน) เหลือน้อยมากในเขตบางมด
2 ปี
0
7
เกาะสีชัง สถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ ท่องเที่ยวอันงดงาม เป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่นซึ่งสามารถแวะ ท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้
2 ปี
0
12
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร บริเวณแขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนครนั้น มีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาวสยามตั้งแต่อดีตที่แสดงให้เห็นทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรมในสมัยนั้นให้ได้ศึกษา การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยนั้นเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดย ‘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร’ นับเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ศาลาสหทัยสมาคมหรือหอคองคอเดียในพระบรมมหาราชวังจัดตั้ง โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 4 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 จัดแสดงประวัติศาสตร์ชาติไทย ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ส่วนที่ 2 จัดแสดงประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีไทยตามยุคสมัย ณ อาคารมหาสุรสิงหนาทและอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่ 3 จัดแสดงประณีตศิลป์และชาติพันธุ์วิทยา มีโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันแต่โบราณ ณ อาคารหมู่พระวิมานและโรงราชรถ และส่วนที่ 4 อาคารโบราณสถาน จัดแสดงอาคารหมู่พระที่นั่งในพระราชวังบวรสถานมงคลมาแต่เดิม รวมทั้งอาคารที่เคลื่อนย้ายมาจากพระราชวังต่าง ๆ เช่น พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ตำหนักแดง พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พระที่นั่งปาฏิหาริย์ ฯลฯ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เปิดทำการวันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.finearts.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0 2224 1370, 0 2224 1333 รอบพื้นที่สนามหลวงหรือรอบเกาะรัตนโกสินทร์ยังมีแหล่งเรียนรู้ให้ศึกษาอีกมากมาย แอปพลิเคชัน Dosee (ดูสิ) ขอเชิญอ่านริเริ่มและเป็นส่วนหนึ่งของการปักหมุดสถานที่ลงในแอปพลิเคชั่น พร้อมแชะ โชว์ แชร์ สถานที่และแหล่งเรียนรู้ทั่วไทยไว้ในที่เดียว
2 ปี
0
2
‘วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์’ หากใครได้มาเดินเล่นที่ท้องสนามหลวง นอกจากวัดพระแก้วคู่บ้านคู่เมืองของไทยแล้ว ยังคงมีวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ที่มีประวัติความเป็นมาและอยู่คู่บ้านเมืองมาตั้งแต่โบราณเช่นกัน ภายในวัดกว้างขวาง และสงบร่มรื่น ผู้ที่แวะผ่านมาทางสนามหลวงหรือระแวกนั้น สามารถเข้ามากราบสักการะ พระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญ ที่อยู่ภายในอุโบสถ ซึ่งมีเรื่องเล่ากันว่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยสร้างตามแบบอย่างพระพุทธรูปพระศรีสรรเพชญที่ประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีสรรเพชญในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 5.16 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท วังหน้าในรัชกาลที่ 1 ทรงเคารพศรัทธาสูงสุด ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในยุคที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง พระองค์ทรงทำนุบำรุงศาสนา และตั้งมหาวิทยาลัยการศึกษาของสงฆ์ฝ่ายมหานิกายขึ้นในวัดมหาธาตุ และเปิดการเล่าเรียนพระธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในปีพ.ศ.2437 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสยามมกุฎราชกุมารทรงสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบริจาคพระราชทรัพย์อันเป็นส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้าวชิรุณหิศ อุทิศพระราชทานให้ปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุ แล้วโปรดเกล้าฯ ชื่อวัดให้เป็น “วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์” ปัจจุบัน วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ได้เปิดหลักสูตรปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และมีพระวิปัสสนาจารย์สอนปฏิบัติ ในเวลาดังนี้ 05.00 – 07.00 น., 08.30 -11.00 น., 13.00 -16.30 น., และ 18.00 - 21.30 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-223-6878, 081-665-0071, แฟกซ์ 02-223-6789
2 ปี
0
0
หากใครได้มีโอกาสเดินทางไปบริเวณท้องสนามหลวง นอกจากวัดพระแก้ว และศาลหลักเมืองแล้ว ยังมีอีกสถานที่หนึ่งตั้งอยู่บนถนนหน้าพระธาตุ คือ “พระตำหนักแดง” ที่เป็นส่วนหนึ่งของ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร” สถานที่ใช้จัดแสดงสิ่งของส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี และสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่ทรงคุณค่า ย้อนกลับไป เมื่อในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระตำหนักในพระบรมมหาราชวัง 2 หมู่ พร้อมกับการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ในปีพ.ศ.2325 โดยหมู่ 1 มีชื่อเรียกว่า “พระตำหนักเขียว” พระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระเทพสุดาวดี และอีกหมู่ 1 เรียกว่า “พระตำหนักแดง” พระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสุดรักษ์ เสด็จประทับอยู่จนตลอดพระชนมายุ ต่อมาสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีซึ่งเป็นพระธิดาได้เสด็จประทับและเสด็จสวรรคตในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระตำหนักแดง สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลัง เป็นทรงไทย ตัวพระตำหนักทาด้วยสีแดง มีขนาด 7 ห้อง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเรือนทั่วไป หลังคาทรงจั่ว มุงด้วยกระเบื้องเกล็ดเต่า ประกอบไปด้วย ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ ที่แสดงให้เห็นถึงฐานันดรศักดิ์ของผู้อาศัย ตัวอาคารภายนอก ด้านทิศใต้และตะวันออก มีเสานางเรียงรับเชิงชายคาทางด้านขวาและด้านหลังจำนวนถึง 15 เสา แสดงให้เห็นถึงลักษณะของอาคารหรือสถานที่สำคัญในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่มักสร้างเสาสูงจากพื้นเพื่อรับเชิงชายคามีทางเข้าสู่ภายในตัวอาคารอยู่ทางด้านทิศเหนือ ตัวเรือนทำฝาปะกน ดุมอกและเชิงบน-ล่างอกเลาบานประตูหน้าต่าง แกะสลักลวดลายอย่างงดงาม ในปัจจุบัน เมื่อเราเดินไปเข้าชมด้านในพระตำหนักแดง จะพบการจัดแสดงสิ่งของส่วนพระองค์ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี และสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงสิ่งของ เครื่องใช้ของชนชั้นสูง ส่วนใหญ่เป็นศิลปวัตถุที่เป็นเครื่องประดับบ้าน เช่น ตู้เท้าสิงห์ โต๊ะและเก้าอี้เท้าสิงห์ โถเบญจรงค์ หีบใส่ผ้าของชนชั้นสูง และศิลปวัตถุของผู้ครอบครองตำหนัก ได้แก่ พระแท่นบรรทม และฉลองพระบาทของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีในรัชกาลที่ 2 โคมส่องเสด็จของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว หากใครแวะเวียนไปแถวท้องสนามหลวง และอยากไปชมพระตำหนักแดง ก็เดินไปที่ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้บริการวันพุธ-วันอาทิตย์ หยุดวันนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์) เวลา 09.00-16.00 น. สำหรับคนไทย เข้าชมฟรี นอกจากนี้ ยังมีบริการนำชมฟรี โดยอาสาสมัครทุกวันอาทิตย์ 2 รอบ รอบเช้า 10.00-12.00 น. รอบบ่าย 13.30-15.30 ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2224-1333
2 ปี
0
2
ห้องเช่า
2 ปี
0
11
บ้านดนตรีเยาวชนคลองหลวงแพ่ง จ.ฉะเชิงเทรา
3 ปี
0
6
ประเพณีตักบาตรพระร้อยวัดสุธาโภชน์ ของชาวมอญ จัดขึ้นทุกๆอาทิตย์แรกหลังจากออกพรรษา
3 ปี
2
8
บึงขนาดใหญ่หลังสำนักงานใหญ่ The toolmorrow Khlong-khoi City
3 ปี
0
8
เทสๆๆๆ
3 ปี
0
25
ข้อมูลการติดต่อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1934 รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว หากมาเที่ยวถิ่นเขาค้อ อย่าพลาดแวะไปชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวในสมัยปี 2524 ไว้ด้วยหลักฐานแห่งชัยชนะ ณ ฐานอิทธิ หรือพิพิธภัณฑ์อาวุธ สถานที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ในการสู้รบเพื่อชิงพื้นที่ของเขาค้อคืนจากคอมมิวนิสต์ภายใต้บัญชาการของพันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ปัจจุบันฐานอิทธิจึงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการสู้รบตั้งแสดงอยู่ภายนอกอาคาร เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 ปืนใหญ่ รถสายพานลำเลียงพล ซากรถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์สำหรับหลบภัย และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้ออื่น ๆ ภายในอาคารมีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ของยุทธภูมิเลือดในการสู้รบให้แก่ผู้เข้าชมที่มาเป็นหมู่คณะ โดยมีเจ้าหน้าที่บรรยายสรุปและฉายวีดิทัศน์ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดนิทรรศการที่จัดแสดงอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธ ที่ยึดได้จากคอมมิวนิสต์อีกมากมาย ขอบคุณข้อมูลจาก thai.tourismthailand.org
3 ปี
0
14
แปลงกระเฉด
3 ปี
0
11
สถานที่ตั้ง  - เลขที่ 125 หมู่ 5 บ้านโสกแก ตำบลเมืองเพีย อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี 41000 โทรศัพท์ ( TEL ) : 0 4224 8955 โทรสาร ( FAX ) : 0 4224 7485
3 ปี
0
1
ชื่อห้องสมุด : ห้องสมุดฯ บางซื่อ สถานที่ตั้ง : อาคารเลขที่ 1081-2 ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กทม. 10800 โทรศัพท์ : 0 2587 8722 วัน-เวลาทำการ : เปิด วันอังคาร-เสาร์ เวลา 09.00-17.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. ปิด  วันจันทร์และวันนักขัตฤกษ์
3 ปี
0
7
ชื่อห้องสมุด : ห้องสมุดฯ ทีปังกรรัศมีโชติ สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ภายใต้อาคารแฟลต 13 จังหวัด 193 ถ.ราชวิถี เขตดุสิต กทม.10300 โทรศัพท์ : 0 2241 5852 วัน-เวลาทำการ : เปิด ทุกวัน เวลา 08.30-19.00 น.
3 ปี
0
2
ชื่อห้องสมุด : ห้องสมุดฯ คลองสาน สถานที่ตั้ง : อาคารเลขที่ 411 ถนนประชาธิปก เขตคลองสาน กทม. 10600 โทรศัพท์ : 0 2438 9537 วัน-เวลาทำการ : เปิด วันอังคาร-เสาร์ เวลา 08.30-20.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. ปิด  วันจันทร์และวันนักขัตฤกษ์
3 ปี
0
1
พระจุฑาธุชราชฐาน ตั้งอยู่ ณ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี อดีตเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากเหตุการณ์วิกฤต ร.ศ.112 ก็สิ้นสุดการเป็นเขตพระราชฐาน และมีหน่วยงานราชการต่าง ๆ มาขอใช้พื้นที่ ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอใช้พื้นที่บางส่วนเพื่อเป็นสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต และทำหน้าที่ดูแลรักษาพระจุฑาธุชราชฐานไปในคราวเดียวกัน
3 ปี
0
2
สถานที่จัดสร้างอนุสรณ์สถาน เช่ามาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ภายในอนุสรณ์สถานมีพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด สำนักงาน ห้องประชุม ลานกิจกรรม สวนสาธารณะ และประติมากรรมต่าง ๆ หนึ่งในประติมากรรมที่เด่นเป็นเอกลักษณ์ คือ สถูปวีรชน 14 ตุลา เป็นรูปกรวยคว่ำ สูง 14 เมตร จารึกรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด 72 คนและบทกวีของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ รูปกรวยคว่าเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณการมนุษย์ ส่วนปลายยอดกรวยที่ดูเหมือนยังสร้างไม่เสร็จแทนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สิทธิ และเสรีภาพที่ยังต้องดำเนินต่อไป
3 ปี
0
28
ศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าโอทอปของจังหวัดสระบุรีและจังหวัดอื่นๆ 4 ภาค ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ โทร. 036-369469 เวลาทำการ 7.00 น. ถึง 19.00 น. เปิดทุกวัน
3 ปี
0
8
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด เดิมชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ภายหลังได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร ซึ่งหมายถึง วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างสวนดุสิตขึ้นพระองค์ทรงทำผาติกรรมสถาปนาวัดขึ้นใหม่และพระราชทานามว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อันหมายถึง วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัด วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เดิมเป็นวัดราษฎร์ ชื่อ วัดแหลม เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมที่สวนต่อกับทุ่งนา หรือ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไทรทอง เนื่องจากอาจมีต้นไทรอยู่ภายในวัด[1] ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด เมื่อ พ.ศ. 2369 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ขึ้น พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา ทรงเป็นแม่ทัพรักษาพระนคร โดยทรงตั้งกองบัญชาการทัพที่วัดแหลม หลังจากปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พร้อมพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากุญชร กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นราชสกุลกุญชร) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทินกร กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (ต้นราชสกุลทินกร) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทนิล และ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงศ์ มีพระประสงค์ที่จะร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแหลม พร้อมทั้งทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร หมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์
3 ปี
0
2
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2442 พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน การดำเนินงานของโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 (นับแบบเก่า) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ถึงปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีผู้บัญชาการและอธิการบดีมาแล้ว 17 คน อธิการบดีคนปัจจุบัน คือ ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) รับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับดีมาก เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ สมาชิกเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN)[7] และสมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก (APRU) นอกจากนี้ ในการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา พบว่า มีผู้สมัครสอบที่ทำคะแนนรวมสูงสุดเลือกเข้าศึกษาต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกปีการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ใช้คำว่า "นิสิต" เรียกผู้เข้าศึกษาในสังกัดของสถาบัน เพราะเมื่อแรกก่อตั้งที่ตั้งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถือว่าอยู่ห่างไกลจากเขตพระนครซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญในสมัยนั้นอย่างมาก ทำให้การเดินทางมาศึกษาเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงมีการสร้างหอพักเพื่อให้ผู้เข้าศึกษาสามารถพักอาศัยในบริเวณมหาวิทยาลัยได้ และใช้คำว่า "นิสิต" ที่แปลว่า "ผู้อาศัย" เรียกผู้เข้าศึกษา คำนี้มีความเป็นมาคือ ในอดีตนักเรียนจะเรียนวิชาใด ต้องไปฝากตัวเป็นศิษย์ในสำนักอาจารย์ต่าง ๆ เช่น ในยุโรปไปฝากตัวที่สำนักของบาทหลวง ในประเทศไทยไปฝากตัวที่วัดเป็นศิษย์ของพระและอาศัยวัดเป็นสถานที่ศึกษา ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษจึงใช้คำว่า "Matriculated Student" ที่แปลว่า "นักศึกษาที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว" เรียกผู้เข้าศึกษา เช่นเดียวกับคำว่า "นิสิต" ทั้งนี้ ในอดีต โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนใช้คำว่า "นิสิต" เรียกผู้จบการศึกษาประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายและเรียนเพื่อสอบวิชาเป็นบัณฑิต และแม้ว่าในปัจจุบันการเดินทางจะสะดวกขึ้นเป็นอันมาก เขตปทุมวันซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไปเป็นย่านธุรกิจการค้าใจกลางเมือง นิสิตไม่มีความจำเป็นจะต้องพักในหอพักนิสิตทุกคน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังคงใช้คำว่า "นิสิต" เรียกผู้เข้าศึกษา เพื่อเป็นที่รำลึกถึงความเป็นมาของสถาบัน เมื่อกล่าวถึงคำว่า "สามย่าน" สามารถอนุมานถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ เพราะอาณาเขตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดต่อกับสี่แยก 2 แห่ง คือแยกสามย่านและแยกปทุมวัน ทั้งสองแห่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์และห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง จนกลายเป็นภาพลักษณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและใช้ในการแปรอักษรของงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ที่จัดขึ้นทุกปีระหว่างสองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศไทยคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ปัจจุบัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกอบไปด้วย 19 คณะวิชา 1 สำนักวิชา ครอบคลุมทั้งสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ และมีหน่วยงานประเภท วิทยาลัย 3 แห่ง บัณฑิตวิทยาลัย 1 แห่ง สถาบัน 14 แห่ง และสถาบันสมทบอีก 2 สถาบัน จำนวนหลักสูตรรวมทั้งสิ้น 506 หลักสูตร ประกอบด้วย ระดับปริญญาตรี 113 หลักสูตร ระดับบัณฑิตศึกษา 393 หลักสูตร ในจำนวนนี้เป็นหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรภาษาอังกฤษ 87 หลักสูตร
3 ปี
0
4
ที่ตั้ง ถนนสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร เวลาเปิดให้บริการ 05.00 – 21.00 น. ความเป็นมา กระทรวงการคลังเห็นชอบให้กรมธนารักษ์ดำเนินการจัดสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา บนที่ดินราชพัสดุ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร เนื้อที่ 17 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา ต่อมากรมธนารักษ์ได้ส่งมอบสวนสาธารณะดังกล่าวให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการดูแล นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นมา องค์ประกอบสวน ภูมิทัศน์ในสวนแห่งนี้ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม มีการตกแต่งด้วยผนังประติมากรรมและเพิ่มความน่าสนใจด้วยบ่อน้ำพุ บ่อน้ำตกและผนังน้ำตกรวมถึงบ่อปลูกไม้น้ำและสะพานทางเดินในสระน้ำ ลานพลาซ่าทั้งบริเวณบ่อน้ำและหน้าอาคารลานอเนกประสงค์ ลานใบโพธิ์ ทางเดิน – วิ่ง ออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น ทั้งยังสามารถเดินผ่านบริเวณสวนเข้าเยี่ยมชม “สถาบันคึกฤทธิ์” สถานที่รวบรวมและเผยแพร่ผลงานของศาสตรจารย์ (พิเศษ) พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเป็นอาคารที่จัดสร้างขึ้นบนที่ดินราชพัสดุในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงกันอีกด้วย จุดน่าสนใจในสวน สะพานทางเดินในสระน้ำ ที่สามารถเดินเยี่ยมชมบริเวณสวนได้โดยรอบท่ามกลางบรรยากาศความร่มรื่นทั้งจากสระน้ำและต้นไม้ใหญ่ภายในสวน
3 ปี
0
6
ที่ตั้ง ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร เวลาเปิดให้บริการ 05.00 – 21.00 น. ความเป็นมา สวนสาธารณะสันติชัยปราการ ตั้งอยู่ในบริเวณป้อมพระสุเมรุ โบราณสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่เดิมป้องแห่งนี้มีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา ประกอบกับถูกบดบังโดยการใช้ที่ดินที่ขาดการจัดระเบียบบริเวณรอบป้อม ทำให้กิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์แห่งนี้ ขาดความสง่างามและด้อยความสำคัญลงไปมาก ต่อมารัฐบาลจึงทำการบูรณะป้อมพระสุเมรุ และปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้เป็นสวนสาธารณะ และใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีในโอกาสสำคัญต่าง ๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 พร้อมทั้งดำเนินการจัดสร้างพระที่นั่งขึ้นในบริเวณสวน เพื่อถวายเป็นถาวรวัตถุที่ระลึกแห่งพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสนี้ด้วย และได้รับพระราชทานชื่อว่า “พระที่นั่งสันติชัยปราการ” และ “สวนสาธารณะสันติชัยปราการ” ซึ่งมีความหมายว่า “มีประการที่เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะของสันติภาพ” รัฐบาลมอบสวนแห่งนี้ให้กรุงเทพมหานครดูแลเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ปัจจุบันกรุงเทพมหานครส่งเสริมให้สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ย่านบางลำพู นอกเหนือจากบทบาทของสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อน องค์ประกอบสวน สวนสาธารณะสันติชัยปราการ ได้รับการออกแบบให้เป็นสถานที่พักผ่อนชมความงามของทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณคุ้งน้ำที่งดงามเป็นพิเศษมีมนต์เสน่ห์ในแบบตะวันออกและเป็นสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานครเพียง 1 ใน 2 แห่ง ที่สร้างขึ้นในแบบ Waterfront park จากความได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้ง ทำให้สวนแห่งนี้สามารถใช้เป็นสถานที่เฝ้าชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ ด้วยวัตถุประสงค์ของการสร้างสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มโดยเฉพาะย่านบางลำพูที่มีประชาชนหนาแน่น จึงทำให้สวนแห่งนี้มีลักษณะพิเศษเป็น “สวนสาธารณะที่เอื้ออาทรต่อผู้ด้อยโอกาส” เช่น มีทางลาดเพื่อกลุ่มคนพิการสามารถมาชมสวนได้ทั่วบริเวณ
3 ปี
0
0
ที่ตั้ง ถนนสุขุมวิท ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 – 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย เวลาเปิดให้บริการ 05.00 – 21.00 น. ความเป็นมา “อุทยานเบญจสิริ” เป็นนามพระราชทานของสวนสาธารณะแห่งนี้ ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์จัดสร้างขึ้นตามที่ได้รับมอบหมายจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2532 อนุมัติให้กรมอุตุนิยมวิทยาย้ายที่ทำการจากที่ดินราชพัสดุไปสร้างใหม่ ณ ถนนบางนา-ตราด ด้วยเหตุที่ตั้งเดิมเป็นเขตที่มีปัญหามลภาวะทางอากาศส่งผลให้การตรวจอากาศทำได้ไม่เที่ยงตรง พร้อมให้สร้างสวนสาธารณะในบริเวณดังกล่าวแทน เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครบ 5 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม 2535 และเพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงต่อพระราชกรณียกิจของพระองค์เกี่ยวกับการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย กรมธนารักษ์เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2533 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานหลายหน่วยที่มีจุดประสงค์ร่วมกันในการเฉลิมพระเกียรติ และเล็งเห็นประโยชน์รวมทั้งคุณค่ามหาศาลของพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองย่านธุรกิจการค้าสำคัญที่มีมูลค่าที่ดินแปลงนี้สูงถึง 4,000 ล้านบาทในขณะนั้น นับเป็นเพราะพระบารมีโดยแท้ จึงเกิดแหล่งธรรมชาติแห่งนี้ขึ้นตอบสนองความต้องการด้านจิตใจที่อ่อนล้าจากความเครียดในชีวิตประจำวันที่ไม่อาจทดแทนด้วยความเจริญด้านวัตถุ องค์ประกอบสวน สวนสาธารณะแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการเป็นหลัก จึงออกแบบโดยนำผลสำรวจความต้องการผู้ใช้ที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงมาพิจารณา เพื่อสร้างสวนที่สมบูรณ์แบบในจินตนาการของประชาชน ภาพรวมของสวนจึงเน้นให้มีพื้นที่โล่งเขียวขจีเปิดให้เห็นความงามของท้องฟ้าถึงร้อยละ 70 เพื่อผู้อาศัยในย่านนี้ที่เคยพบแต่สภาพแออัดและตึกสูงเสียดฟ้ารอบตัวและสร้างสีสันธรรมชาติและความเขียวร่มรื่นด้วยแนวไม้ใหญ่รอบสวนให้ร่มเงา ดังนั้นผู้มาเยือนจึงได้สัมผัสดินแดนแห่งธรรมชาติที่สงบให้ความรู้สึกกลับสู่ธรรมชาติต่างจากความสับสนวุ่นวายที่อยู่ภายนอกแค่เอื้อม รวมทั้งมีเอกลักษณ์แห่งการเฉลิมพระเกียรติฯ นั่นคือ ประติมากรรมรูปปั้นเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบรมรูปสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับยืนเต็มพระองค์ ขนาด 3 เมตร เป็นที่มาของ “สวนประติมากรรม” ซึ่งนำเสนอประติมากรรมหลากหลายที่ถ่ายทอดความงามทางศิลปะแนวคิดลึกซึ้ง และปรัชญา เป็นผลงานของศิลปินมีชื่อเสียงชั้นนำหลายท่าน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบสวนอย่างลงตัว บางชิ้นนำเอาน้ำพุมาประกอบเพิ่มชีวิตชีวา สร้างสุนทรีย์สัมผัสแก่ผู้มาเยือนอย่างน่าประทับใจ และยังมีศาลานิทรรศการพระราชกรณียกิจทรงไทย 2 หลังตั้งอยู่หน้าสวนนอกจากนี้ด้วยสภาพภูมิทัศน์ที่ประกอบด้วยสวนน้ำ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ทำให้อุทยานเบญจสิริสามารถเพิ่มบทบาทต่อสาธารณะในการเป็นที่รองรับน้ำฝนก่อนระบายสู่ระบบระบายน้ำปกติ ให้ประโยชน์ในการป้องกันน้ำท่วมบริเวณนี้อีกด้วย จุดน่าสนใจในสวน การแสดงน้ำพุดนตรี เป็นจุดดึงดูดสายตาหน้าสวน โดยการจัดแสดงประติมากรรม “หรรษา” ผลงานของมีเซียม ยิบอินซอย ประกอบด้วยน้ำพุกระโดด น้ำพุหมอก และน้ำพุดนตรี ซึ่งเป็นม่านน้ำพุเคลื่อนไหวในลีลาผสานจังหวะเพลง ดูรื่นเริงราวเต้นระบำ ประติมากรรมประดับสวน มีให้เลือกชมถึง 16 ชิ้น ได้แก่ “เกิด” “วันเด็ก” “รำมะนา” “ชีวิตและศรัทธา” รอยศรัทธา” “เด็ก” “เติบโต” “งอกงาม” “พื้นพิภพและจักรวาล” “วัว” “ยอดสูงส่งฐานมั่นคง” “สัญญาลักษณ์แห่งเสรีภาพ” “สัญลักษณ์แห่งชีวิต” “มนุษย์” “สัมพันธภาพในโครงสร้าง” “ลีลาแห่งสัมพันธภาพ” เมื่อรวมกับ “หรรษา” และประติมากรรมเหรียญที่ระลึกฯ จึงเป็น 18 ชิ้น ลานกีฬา จัดพื้นที่รอบนอกเพื่อประชาชนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและกีฬากลางแจ้ง เช่น สนามตระกร้อ สนามวอลเล่ย์บอล สนามบาสเก็ตบอล ลานสเก็ต และสวนสุขภาพให้เลือกใช้บริการ สระว่ายน้ำ ขนาด 12.5 x 25 เมตร มีที่มาจากผลสำรวจความต้องการของผู้ใช้สวน พบว่าสระว่ายน้ำเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ประชาชนย่านนี้ขาดแคลน เพื่อนำบุตรหลานมาใช้บริการ สนามเด็กเล่น มีชุดเครื่องเล่นในจินตนาการไว้เรียกความสนใจจากเด็ก โดยการเสนอรูปแบบการผจญภัย ค้นหา ปีนป่าย เป็นสถานที่ยอดนิยมในวันหยุดของเด็กไทยและต่างชาติ ธรรมะในสวน อีกบทบาทของสวนสาธารณะสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา จัดให้มีการทำบุญตักบาตร และฟังธรรมเทศนา ทุกวันอาทิตย์ เวลา 07.00 – 09.30 น. ดนตรีในสวน หนึ่งในกิจกรรมหลากหลายในสวนเพื่อพักผ่อนคลายความเครียด โดยชวนกันมาฟังเพลงโปรดในแนวไทย หรือสากล ตามโปรแกรมการแสดงดนตรีวันเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเย็นที่จัดหมุนเวียนไปตามสวนสาธารณะหลายแห่งทั่วกรุง
3 ปี
0
3
เวลาเปิดให้บริการ 05.00 – 21.00 น. ความเป็นมา สวนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 และเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นันทนาการ การกีฬาแก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบกรุงรัตนโกสินทร์และพื้นที่บริเวณใกล้เคียง โดยใช้ที่ราชพัสดุซึ่งเดิมเคยเป็นที่ตั้งขององค์การทอผ้าที่เลิกกิจการแล้วของกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้มอบให้กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2542 สำนักงานสวนสาธารณะจึงได้เข้าทำการปรับปรุงพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2546 พร้อมทั้งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2548 จุดน่าสนใจในสวน ถึงแม้จะมีพื้นที่เพียง 10ไร่ แต่สวนแห่งนี้ก็ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะต่างๆที่น่าสนใจ ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์เด็กเกียกกาย ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็ก รวมถึงการใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ภาพจิตรกรรมการบริหารร่างกายจำนวน 16 ท่า ซึ่งแสดงลำดับขั้นตอนการบริหารร่างกายท่าต่างๆ เป็นรูปภาพ ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ พร้อมทั้งมีพื้นที่ว่างในการบริหารร่างกายอย่างเพียงพอ หลังจากอบอุ่นร่างกายเสร็จแล้วก็สามารถที่จะเข้าไปออกกำลังกายได้ที่สวนสุขภาพ ซึ่งมีคำอธิบายวิธีการเล่นและประโยชน์ที่จะได้รับจากการออกกำลังกายในท่าต่างๆ ทำให้เราสามารถที่จะเลือกบริหารกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆได้ สนามเด็กเล่น เป็นอีกแห่งหนึ่งที่จะเพิ่มและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ทางสติปัญญาและพัฒนาทักษะทางด้านร่างกายแก่เด็กๆ และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือความสวยงามและความร่มรื่นของสวนที่เกิดจากศิลปะในการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้า ไม้คลุมดิน ไม้พุ่ม และไม้ยืนต้น หรือวัสดุอื่นๆที่อยู่ภายในสวน
3 ปี
0
1
วังปารุสกวัน หรือย่อว่า วังปารุสก์ ตั้งอยู่หัวมุมถนนพิษณุโลก ตัดกับถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นวังที่ประทับของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร จากประเทศรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2449 ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์กรมตำรวจ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล
3 ปี
0
0
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวจัดเป็นที่ประทับที่มีความเรียบง่ายที่สุดซึ่งสร้างตามพระราชประสงค์ของพระองค์เองเพื่อไม่ให้เป็นการเปลืองพระราชทรัพย์จนเกินไปโดยพระองค์เสด็จมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์แห่งนี้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2467 เป็นเวลา 3 เดือน และครั้งที่สอง ปี พ.ศ. 2468 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เสด็จมาประทับอีกเลยเนื่องจาก 5 เดือนต่อมาพระองค์ก็เสด็จสวรรคต ณ พระบรมมหาราชวัง
3 ปี
0
5
พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ในตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ห่างจากวัดองค์พระปฐมเจดีย์ประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 888 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระองค์สวรรคต พระราชวังสนามจันทร์ใช้เป็นที่ทำการของส่วนราชการต่าง ๆ ของจังหวัดนครปฐม รวมทั้ง เป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบัน พระราชวังสนามจันทร์อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง
3 ปี
0
0
พระบรมมหาราชวัง (อังกฤษ: Grand Palace) หรือพระราชวังพระนคร เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน พระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยมีผู้เข้าเยี่ยมชมในปี พ.ศ. 2549 เป็นจำนวนถึง 8,995,000 คน
3 ปี
0
2
พระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม เป็นพระราชวังหลวงในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ในเขตที่เคยเป็นที่ตั้งของป้อมวิไชยเยนทร์ ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตำแหน่งของพระราชวังเดิมเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ สามารถสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล อีกทั้งยังใกล้กับเส้นทางคมนาคม และเส้นทางการเดินทัพที่สำคัญ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงโปรดให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2310 ภายหลังจากที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย เพื่อใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการ เมื่อทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พร้อมกับปรับปรุงป้อมวิไชยเยนทร์ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นป้อมวิไชยประสิทธิ์
3 ปี
0
1
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยชาวเมืองลพบุรีเรียกกันติดปากว่า "วังนารายณ์" ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2209 บนพื้นที่ 41 ไร่ ณ เมืองลพบุรี เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ล่าสัตว์ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง พระองค์ทรงประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ประมาณ 8-9 เดือนในช่วงปลายรัชกาลและเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรค์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2232 ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระนารายณ์ราชนิเวศน์ถูกทิ้งร้าง จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2399 และพระราชทานนามว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์"
3 ปี
0
0
พระราชวังจันทรเกษม หรือวังหน้า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก (คลองคูขื่อหน้า) ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระราชวังที่ปรากฏหลักฐานตามพระราชพงศาวดารสันนิษฐานได้ว่า สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2120 ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยามเสด็จจากเมืองพิษณุโลกเพื่อมาเฝ้าพระราชบิดาที่กรุงศรีอยุธยา พระราชวังแห่งนี้พระนเรศวรทรงใช้เป็นกองบัญชาการรับศึกหงสาวดีเมื่อปี พ.ศ. 2129 นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระมหาอุปราชที่สำคัญถึง 8 พระองค์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) สมเด็จพระเจ้าท้ายสระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์
3 ปี
0
0
พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (อังกฤษ: Chitralada Villa Royal Residence) เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ที่แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานครปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณทุ่งส้มป่อย ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) โดยโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)เสนาบดีกระทรวงนครบาลจัดสร้างพระตำหนักขึ้น โดยมีพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการก่อสร้าง เพื่อทรงใช้เป็นที่รโหฐานสำหรับทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ รวมทั้งราชเสวกจะได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นการส่วนพระองค์ โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า สวนจิตรลดา พระราชทานนามพระตำหนักว่า "พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน"[1] บริเวณรอบพระตำหนักมีการขุดคูและทำกำแพงรั้วเหล็กโดยรอบ มีประตู 4 ทิศ พระราชทานชื่อตามสวนจิตรลดาของพระอินทร์และท้าวโลกบาล คือ พระอินทร์อยู่ชม พระยมอยู่คุ้น พระวิรุณอยู่เจน และพระกุเวรอยู่เฝ้า
3 ปี
0
7
พระตำหนักสวนหงส์ เป็นพระตำหนักภายในพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ปัจจุบัน ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงภาพงานพระราชพิธีโบราณต่าง ๆ เช่น พระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่พระราชพิธีตรียัมปวาย รวมทั้ง จัดแสดงพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
3 ปี
0
1
พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งองค์แรกๆ ที่สร้างขึ้นในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งชั้นเดียว ประดับไปด้วยสร้างด้วยไม้เป็นส่วนมาก มีลวดลายฉลุไม้เรียกว่า ลายบุหงามีการประดับกระจกสี และลวดลายปูนปั้นที่หน้าบัน เป็นศิลปะแบบมัวร์ จึงทำให้พระที่นั่งองค์นี้งดงามมาก พระที่นั่งองค์นี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของพระที่นั่งวิมานเมฆ สร้างขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากพระองค์ได้เสด็จกลับมาจากการประพาสยุโรปครั้งที่ 1 เพื่อใช้เป็นท้องพระโรง และสถานที่พระราชทานเลี้ยง สำหรับพระราชวังดุสิต และใช้เป็นสถานที่สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ ในงานประจำปีสวนดุสิต ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บูรณะพระที่นั่งองค์นี้ เพื่อเป็นอาคารจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมของสมาชิกมูลนิธิศิลปาชีพ และของสะสมในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและยังได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานเปิดเมื่อ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2536 ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมภายในพระที่นั่งได้ทุกวัน โดยติดต่อที่สถานที่ขายตั๋วเข้าเยี่ยมชมพระที่นั่งวิมานเมฆ
3 ปี
0
1
พระที่นั่งอัมพรสถาน เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในปีเดียวกับที่สร้างพระที่นั่งวิมานเมฆเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งขึ้นอีกองค์หนึ่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งในเวลานั้นเรียกว่า สวนแง่เต๋ง(แปลว่า สีงา) และทรงตั้งนามให้พระที่นั่งองค์ใหม่ว่า พระที่นั่งอัมพรสถาน พระสถิตย์นิมานการ (ม.ร.ว. ชิด อิศรศักดิ์) เจ้ากรมโยธาธิการ ได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่หลายปี ครั้นถึง ร.ศ. 125(พ.ศ. 2449) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุขุมนัยวินิต (เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)) มารับราชการในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ จึงได้เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างพระที่นั่งต่อมาจนเสด็จในปีนั้นและการเฉลิมพระที่นั่งนั้น เป็นงานใหญ่ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 125(พ.ศ. 2449) แต่ที่จริงโหรทำนายว่าควรจะเอาเป็นวันในปลายเดือนธันวาคม แต่มิโปรดเนื่องจากอากาศนั้นหนาวเย็น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตที่ชั้น 3 ของพระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อ รัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7 เสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งองค์นี้ ได้ประทับแค่เพียงชั้น 2 เท่านั้น เพราะชั้น 3 ถือว่าเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ก่อนจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
3 ปี
0
2
พระที่นั่งอนันตสมาคม เดิมเป็นท้องพระโรงของพระราชวังดุสิต ชื่อของพระที่นั่งนำมาจากพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระที่นั่งองค์นี้ จัดได้ว่า เป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย เพราะว่า ในช่วงที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ได้ใช้พระที่นั่งองค์นี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ ณอาคารรัฐสภา ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ข้างๆพระที่นั่งองค์นี้ รวมทั้งยังเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธี สำคัญๆมากมาย อาทิ รัฐพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และการเสด็จออกมหาสมาคมสี่ครั้งในรัชกาลปัจจุบัน
3 ปี
0
0
สะพานพระปกเกล้า (อังกฤษ: Phra Pok Klao Bridge) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เชื่อมระหว่างถนนจักรเพชร ในพื้นที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร (ฝั่งพระนคร) กับถนนประชาธิปก ในพื้นที่แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน ฝั่งธนบุรี เป็นสะพานคู่ขาไปและขากลับ สร้างเคียงข้างขนานกันกับสะพานพระพุทธยอดฟ้า เนื่องจากการจราจรบริเวณนั้นถึงจุดวิกฤต รัฐบาลจึงเห็นว่าควรมีสะพานอีกแห่งหนึ่งเพื่อช่วยระบายการจราจร โดยได้เว้นที่ช่วงกลางสะพานไว้สำหรับก่อสร้างรถไฟฟ้าลาวาลินด้วย ปัจจุบันสะพานแห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท
3 ปี
0
13
ตำหนักทองพระเจ้าเสือ วัดไทร
3 ปี
0
9
พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ตั้งอยู่ที่ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น ๒ ภายในโรงพยาบาลศิริราช ถนนพรานนก ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นสถาบันผลิตแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์ (Congdon Anatomical Museum) ซึ่งจัดแสดงกายวิภาค การกำเนิดและตัวอ่อนของมนุษย์ โครงกระดูกมนุษย์ พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน (Songkran Niyomsane Forensic Medicine Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม เครื่องมือชันสูตรวัตถุพยานสำคัญ พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ จัดแสดงวิวัฒนาการของมนุษย์และยังมี พิพิธภัณฑ์พยาธิและ พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทย
3 ปี
0
10
ไทยและจีน เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมาเป็นเวลายาวนานในทางประวัติศาสตร์ โดยที่กระแสธารแห่งวัฒนธรรมของชนชาติทั้งสองได้เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน เป็นสายสัมพันธ์อันแนบแน่น ตั้งแต่ระดับรัฐสู่ระดับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวจีนที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แห่งพระมหากษัตราธิราชเจ้า ซึ่งได้อาศัยอยู่ภายใต้ร่มแห่งพระบวรพุทธศาสนาในผืนแผ่นดินไทย ก็ได้นำเอารากฐานศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน มาสู่สังคมสยาม จนหลอมรวมเป็นรูปแบบใหม่แห่งศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนอย่างน่าสนใจ
3 ปี
0
12
หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของพืชชนิดนี้ จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง พื้นที่ 5,600 ตารางเมตรแสดงลำดับเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจาธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณกลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้สงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงค์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น
3 ปี
0
6
วัตถุประสงค์ เป็นสถานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของธรรมชาติ รวบรวม   ตัวอย่างแมลง  ผีเสื้อ  เปลือกหอย  และสัตว์หายาก หิน  แร่ธาตุ  ซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์ พืช และสิ่งธรรมชาติหายากต่างๆ ของสะสมประเภทต่างๆ มีนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างประเทศทั่วโลกที่มาเชียงใหม่ มีความชื่นชอบ ประทับใจ พิพิธภัณฑ์นี้เป็นอย่างดี
3 ปี
0
10
เรือนไทยจิม ทอมป์สันเป็นบ้านของ เจมส์ เอช. ดับเบิลยู. ทอมป์สัน นักธุรกิจผู้ประกอบการชาวอเมริกันที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นจนร่ำรวย ผู้ก่อตั้งบริษัทอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยจิม ทอมป์สันซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ความสำเร็จของจิม ทอมป์สันในระยะเวลา ๒๕ ปีที่เขามาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรไทยส่งผลให้เขา มีกิตติศัพท์ขจรขจายในฐานะ "ชาวอเมริกันผู้กลายเป็นตำนานในประเทศไทย
3 ปี
0
3
พิพิธภัณฑ์ แบทแคท มิวเซียม แอนด์ ทอยส์ ไทยแลนด์ (BATCAT MUSEUM & TOYS THAILAND) แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีของเล่นสะสม “แบทแมน จำนวนมาก และใหญ่ที่สุดในเอเชีย ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยผองเพื่อนซูเปอร์ฮีโร่จากภาพยนตร์ รายการทีวี หนังสือการ์ตูนและตัวการ์ตูนชื่อดัง ที่ทุกคนรู้จักระดับโลก อาทิ ซูเปอร์แมน สไปเดอร์แมน สตาร์วอร์ เอเลี่ยนส์และผองเพื่อนอีกมากมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เยี่ยมเยือน
3 ปี
0
25
หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเปิดดำเนินการครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2546 เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการของศิลปินไทย โดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตลอดจนศิลปินอาวุโสที่ได้รับการยกย่อง โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ ซึ่งนายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ และผู้มีจิตศรัทธา ทูลเกล้าฯ ถวายในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัล “จิตรกรรมบัวหลวงต้นแบบภาพปัก เพื่อมูลนิธิศิลปาชีพ” ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2544 เพื่อใช้เป็นทุนประเดิมในการก่อตั้งหอศิลป์แห่งนี้ โดยใช้ที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์เดิม ปรับปรุงใหม่เป็นหอศิลป์ที่ทันสมัย และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญ พระนามาภิไธย เป็นมงคลนามว่า “หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” พื้นที่สำหรับ จัดแสดงนิทรรศการศิลปกรรมมี 4 ชั้น ชั้นที่ 1- 4 เป็นนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี และชั้นที่ 5 สามารถใช้จัดงานกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่งานศิลปะสู่สังคมในวงกว้าง
3 ปี
0
5
พิพิธภัณฑ์ อาร์ทอินพาราไดซ์ กรุงเทพ เป็นพิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติแห่งแรกในกรุงเทพ เริ่มเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 ด้วยพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งมีความแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไปคือ ไม่ใช่แค่การแสดงภาพจิตกรรมให้รับชมเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับภาพวาดทุกภาพ และสามารถจินตนาการไปกับผลงานศิลปะได้ ประหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาพ
3 ปี
0
32
เป็นสถานที่จัดแสดงเปลือกหอยสวยงามหาชมได้ยากหนึ่งในไม่ กี่แห่งในโลก  มีการจัดแสดงเปลือกหอยจากทั่วโลก ที่ผ่านการสะสม และศึกษาส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นมานานหลายสิบปี โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาเปลือกหอยในหลากหลายแง่มุม เพื่อเยาวชนไทยและกลุ่มผู้ที่สนใจ และเพื่อเป็นสีสันการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ กรุงเทพฯ ตื่นตากับความหลากหลายของเปลือกหอย เรียนรู้ถึงธรรมชาติอันแสนมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการและการปรับตัวอันยอดเยี่ยมต่อเนื่องนับล้านปีสู่ความสวยงามที่ศิลปินไหนๆ มิอาจสร้างสรรค์ได้
3 ปี
0
3
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ชั้น 6ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ มีชื่อเสียงยาวนานกว่า 250 ปี และได้รับการยอมรับจากผู้ชมทั่วโลก ถึงการเป็นมาตรวัด “ความมีชื่อเสียง” โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์ฯ
3 ปี
0
4
อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นอาคาร ๓ ชั้น ไม่รวมชั้นลอย และที่ปลายของ
อาคารทั้งสองด้าน มีชั้น ๔ สำหรับเป็นจุดชมวิวในมุมสูง ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด ๒,๕๐๐ ตรม. พื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร รวมทั้งสิ้น ๘,๐๐๐ ตรม. ภายในอาคาร จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับรัตนโกสินทร์ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทั้งสื่อจัด
แสดง หุ่นจำลอง การนำสื่อผสมเสมือนจริง ๔ มิติ สื่อมัลติทัช มัลติมีเดียแอนิเมชัน ในลักษณะอินเตอร์เอคทีฟ เซล์ฟ เลิร์นนิ่ง (Interactive Self-learning) โดยแบ่งการจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น ๙ ห้องจัดแสดง (โดยระยะแรก จะเปิดให้ชมเพียง ๗ ห้อง และจะเปิดให้ชมครบทั้ง ๙ ห้อง ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔)   นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมีพื้นที่สำหรับนิทรรศการหมุนเวียน (Event Hall) ที่บริเวณโถงชั้น ๑ พื้นที่ประมาณ ๓๐๐ ตรม. เพื่อสำหรับให้บริการแก่สถาบันการศึกษาและองค์กรเอกชน ในการใช้จัดกิจกรรม หรือนิทรรศการทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนบริการห้องสมุด ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก อาหารเครื่องดื่ม
3 ปี
0
3
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือส่วนหนึ่งของที่ประทับวังหน้า (พื้นที่พระราชวังของสมเด็จพระบวรราชเจ้าตั้งแต่รัชกาลที่ 1 เป็นต้นมามีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนามหลวงตอนเหนือ อนุสาวรีย์ทหารอาสา และโรงละครแห่งชาติในปัจจุบัน) ในสมัยรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงละครแห่งชาติ ตรงข้ามสนามหลวง ประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งต่าง ๆ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย หมู่พระวิมาน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ และ อาคารมหาสุรสิงหนาท
3 ปี
0
2
Jesada Technik Museum ก่อเกิดจากความรักรถและยานหาหนะทุกชนิดของคุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์ ที่มีมาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ โดยเฉพาะประเทศในทวีปยุโรป สิ่งหนึ่งที่ไม่พลาดก็คือการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ยานยนต์ของแต่ละเมืองที่ไปเยือน จนวันหนึ่งเกิดความคิดที่ว่าเมืองไทยน่าจะมีพิพิธภัณฑ์แบบนี้บ้าง จึงเริ่มสะสมรถโบราณเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน โดยช่วงแรก ๆ ได้เสาะหาจากภายในประเทศเป็นหลัก
3 ปี
0
6
พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ หรือ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติด้านการบิน จัดแสดงอากาศยาน และสิ่งของต่างๆที่เคยใช้ในกองทัพอากาศที่เห็นว่าควรเก็บรักษาไว้ เพื่อเป็นตำนานของกองทัพอากาศ ให้ผู้สนใจเข้าชมที่สนใจประวัติของกองทัพอากาศไทยเครื่องบิน
3 ปี
0
7
อาคารสถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด เป็นอาคาร 3 ชั้น จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดท้องถิ่นของไทยชนิดต่างๆ กว่า100 ชนิด ทั้งปลาสวยงาม ปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ปลาหายาก และปลาใกล้สูญพันธุ์
3 ปี
0
7
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ จัดแสดงเรือพระราชพิธีสำคัญ 8 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรืออสุรวายุภักษ์ และเรือเอกไชยเหินหาว
3 ปี
0
3
ประวัติศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา
3 ปี
0
3
สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมเรียก สวนดุสิตหรือ เขาดินวนา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๓๘
3 ปี
0
7
โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลย อยู่ในเขตอำเภอภูหลวง จ.เลย ด้านในอ่างเก็บน้ำจะมีแพอาหารบริการ เปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. จากอ่างเก็บน้ำนี้ เราจะมองเห็นภูหอ หรือภูก้นถ้วย หรือที่เรียกกันว่าฟูจิเมืองเลยได้สวยงามมาก
3 ปี
0
7
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจังหวัดหนองคาย(Nongkhai Aquarium) เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีอุโมงค์ปลายาว และตู้ปลาขนาดใหญ่ ที่ให้เราได้เห็นฝูงปลาบึก ปลาน้ำจืดในลุ่มน้ำโขงที่ใหญ่ที่สุด ยังมีส่วนจัดแสดงปลาน้ำเค็มหรือปลาทะเลด้วย
3 ปี
0
5